วันต่อมาเราก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความงงว่าทำไมเรากลับมาที่ชลบุรีแล้วไปเที่ยวกันไม่ใช่  พ่อกับแม่ก็เล่าทั้งหมดให้ฟังเราก็แบบแกล้งกันรึป่าว พ่อกับแม่คือทำหน้าจริงจังมาก แต่ในใจเราคิดว่าจะบ้ารึป่าวเมื่อวานก็แค่หลับเฉย ๆ เกิดเรื่องเยอะขนาดนี้ทำไมเราไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ต่อจากนั้นพ่อกับแม่เรากขับรถไปมั่ว ๆ ไปตามหาจนเจอกว่าจะเจอใช้เวลาเกือบทั้งวันเพราะมันนานมากแล้ว และทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นถนนตัดใหม่ ตามข้างทางก็ไม่เหมือนเดิมซักอย่าง ระแวกนั้นก็เจริญกว่าเดิมมากแล้ว ต้องขับไปถามคนแถว ๆ นั้นไปว่ามีตำหนักพ่อปู่อยู่แถวนี้บ้างรึป่าว ลองไปมั่ว ๆ ตามที่คนแถวนั้นบอกก็ไปเจออยู่ที่หนึ่ง เราและครอบครัวก็รีบเข้าไปที่ตำหนักกันเลย ชื่อตำหนักพ่อปู่เขียว พอเราก้าวเท้าเข้าตำหนักคำแรกที่พ่อปู่พูดก็คือ ลูกพ่อกลับมาแล้ว กูบอกแล้วซักวันหนึ่งมึงก็จะกลับมาหาพ่ออยู่ดี ปล่อยให้กูรอมาเป็น 10 ปี กูเกือบจะรอมึงไม่ไหวแล้วลูก จากนั้นเค้าก็ถามว่าที่ผ่านมามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้างตั้งแต่เด็ก ๆ 

วันต่อมาพ่อปู่ก็นัดให้มาทำพิธีใหญ่ไหว้ครู รับขันธ์ครู ความรู้สึกครั้งแรกที่ทำพิธีก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเราเข้าพิธีกรรมปกติมีพระมาสวดก่อนถึงจะทำพิธีอันเชิญเทพ เทวดาลงมารับเครื่องเส้น จะมีทั้ง หัวหมู กุ้ง ปู ปลา เหล้าขาว ผลไม้ ขนมหวาน ข้าวตอก ปลา เป็นต้น 

                พอทำพิธีไหว้ครูเสร็จแล้วเราทุกคนก็ต้องเข้าไปในตำหนักของพ่อปู่เพื่อทำพิธีครอบครู หรือครอบเศียรพ่อปู่ฤาษี ทีละคน พอถึงตาเราก็ทำ ๆ ตามคนข้างหน้าเพราะเป็นการครอบขันธ์ครู้ครั้งแรกในชีวิต อยู่พ่อปู่ก็เสียงเปลี่ยนกลายเป็นเสียงคนเหมือนคนที่แก่มาก ๆ เหมือนไม่ค่อยมีแรงแล้วพ่อปู่ก็พูดคำเดิมกับเราอีกแล้วว่า ลูกข้ากลับมาแล้วต่อจากนี้ไปเอ็งจะเจอแต่เรื่องดี ๆ สิ่งดี ๆ ไม่มีใครทำอะไรเอ็งได้หรอก ด้วยความที่เราก็ยังเด็กอยู่ก็ฟัง ๆ แล้วก็ทำตามเหมือนทุกคน โดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ คนส่วนใหญ่คิดว่าการครอบขันธ์ครูจะต้องถือศีล 5 ห้ามกินเหล้ารวมกับแก้วคนอื่น หรือห้ามนู้นห้ามนี่แต่ด้วยความที่เรายังเด็กก็ลองทำทุกอย่าง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย จริง ๆ แล้วสิ่งพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยว่าถ้าไม่ถือศีล 5 แล้วของจะหายทุกวันนี้ของก็ไม่ได้หายไปไหน แต่หลังจากรับขันธ์เราได้สังเกตตัวเองว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างรึป่าว ภายนอกก็ปกติ

เหมือนทุกคนแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เราเองกลายเป็นคนที่เซ้นส์แรงมาก ชอบเห็นผีตามข้างทางจากที่ไม่ได้เห็นมากนานแล้วครั้งล่าสุดคือตอนเด็ก คำที่บอกว่าเด็กชอบเห็นผีคือเห็นจริง เราก็กลับมาเห็นผีตามข้างทาง หรือเวลาไปที่ที่มีผีก็จะเห็นแต่ดีคือสิ่งที่เห็นเค้ามาแบบไม่ได้น่ากลัวมากบางที่มาแค่ท่อนบนไม่มีขา บางที่มาให้เห็นแค่ข้างหลัง บางทีก็มาขอส่วนบุญเฉย ๆ         ส่วนเรื่องเซ้นส์แรงก็จะประมาณว่านาน ๆ เราจะทักใครซักคนแต่ถ้าเราทักแล้วเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นจริงตลอดภายในอาทิตย์นั้น เช่น เราเคยทักเพื่อนว่าระวังเรื่องขับรถยนต์หน่อยนะมีคนตาม เพื่อนก็จะไม่ค่อยเชื่อแบบว่ามึงมั่วรึป่าว แต่พอผ่านไป 2 วันเท่านั้นแหละเพื่อนคนนั้นก็รถยนต์คว่ำลงข้างทางดีนะที่ไม่ตายแค่เจ็บสาหัส เพื่อนมันบอกว่าขับรถมาดี ๆ ก็มีผู้หญิงมายืนอยู่กลางถนนเลยหักหลบ แต่พอรถโรงพยาบาลมาถึงเพื่อนก็ถามเค้าว่าผมชนผู้หญิงคนนั้นรึป่าว เค้าก็ตอบว่าไม่มีใครนะคะคุณขับรถลงข้างทางแล้วชนกับต้นไม้เอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

ลืมเล่าวันต่อมาจากที่เราไปแพที่กาญจนบุรีแพลำเดียวกันเลยมีเด็กผู้ชายจมน้ำตายแล้วหาศพไม่เจอ กว่าจะเจอก็ 3 วันไปแล้วทำพิธียังไงศพก็ไม่ยอมรอยขึ้นมาเลย ลงไปดำหาก็หาไม่เจอ เรายังโชคดีที่มีคนคอยช่วยอยู่เสมอ แต่เพื่อน ๆ อาจจะไมโชคดีแบบเราไปเที่ยวไหนแขวนพระซักองค์ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

 

                ปัจจุบันเราก็ยังต้องไปรับขันธ์ครูอยู่ทุก ๆ สิ่งที่เราไม่เห็นไม่จำเป็นว่าจะไม่มีอยู่จริง ไปไหนมาไหนยิ่งเข้าป่าเข้าเขาก็ควรต้องวังคำพูด จากเป็นคนไม่เชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลย พอเจอกับตัวถึงต้องเชื่อ