ฟิลเลอร์ ( Filler ) คือ สารเติมเต็มที่ประกอบด้วยสาร Hyaluronic Acid หรือที่เรียกว่า HA จัดเป็นสารโพลีแซคคาไรด์ ( Polysaccharide ) เป็นองค์ประกอบที่มีอยู่ในผิวหนังและกระดูกอ่อนของคนเรา เมื่อนำสารประกอบ HA มาผสมเข้ากับน้ำสารดังกล่าวจะสามารถขยายตัวขึ้นและเปลี่ยนมาอยู่ในรูปของเหลวหรือเจล ที่มีลักษณะเป็นสารประกอบหนึ่งของคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวนั่นเอง

ชนิดของฟิลเลอร์ ( Filler )
เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมามีการใช้ Dermal filler ในการเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับผิวหนัง ต่อมาได้มีการพัฒนาฟิลเลอร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นาน ซึ่งสามารถแบ่งชนิดของฟิลเลอร์ได้ตามคุณสมบัติดังนี้

1.ฟิลเลอร์ชนิดแบบไม่ถาวร ( Temporary Dermal Filler )
คือ ฟิลเลอร์ ( Filler ) ที่มีความคงตัวนานในร่างกายประมาณ 8-12 เดือน ฟิลเลอร์ชนิดนี้ทำการสกัดคอลลาเจนจาก Bovine ( วัว ) ดังนั้นผู้ที่ต้องการใช้ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะต้องทำการทดสอบก่อนว่าแพ้สารที่มีอยู่ในวัวหรือไม่ เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการแพ้สารจากวัว ฟิลเลอร์ชนิดนี้ ได้แก่ Zyderm, Zyplast ซึ่งจัดว่าเป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเป็นคอลลาเจนที่มาจากธรรมชาติ ปัจจุบันฟิลเลอร์ชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากเมื่อเกิดอาการแพ้แล้วอาการจะมีความรุนแรงเป็นอันตรายสูง

2.ฟิลเลอร์ชนิดกึ่งถาวร ( Semi-Permanent Dermal Filler )
คือ ฟิลเลอร์ ชนิดกึ่งถาวรที่ทำการเติมเต็มด้วยการฉีด อยู่ในกลุ่มของ Hyaluronic Acid ( HA ) เช่น Restylane, Hydrafill, Juvederm, Hylaform เป็นต้น ทำการสังเคราะห์จากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส ( Streptococcus ) ซึ่งสารที่สกัดได้นี้จะมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยรักษาน้ำที่มีอยู่ในผิว ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเต่งตึงกระชับมากขึ้น เมื่อฉีดแล้วมีกระจายตัวไปวยังบริเวณข้างเคียง สามารถอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 2 ปี เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วฟิลเลอร์จะมีความปลอดภัยมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนได้น้อย

3.ฟิลเลอร์ชนิดถาวร ( Permanent Dermal Filler )
คือ ฟิลเลอร์ ( Filler ) ชนิดถาวรที่เมื่อทำการฉีดเข้าสู่ร่างกายเพียงครั้งเดียวจะสามารถคงอยู่ได้ตลอดชีวิต ฟิลเลอร์ในกลุ่มนี้สามารถแบ่งได้ดังนี้
      3.1 ฟิลเลอร์ชนิด Artecoll หรือ Artifill จัดเป็นสารในกลุ่ม Polymethyl methacrylate ( PMMA ) มีลักษณะคล้ายกับอะคริลิคหรือแผ่นเรียบที่ทำจากพลาสติกนั่นเอง
      3.2 ฟิลเลอร์ชนิด Aquamid เป็น Plyacrylamide หรือที่รู้จักกันในชื่อพอลิเมอร์นั่นเอง
      3.3 ฟิลเลอร์ชนิด Radiesse เป็น Calcium Hydro-xylaptide ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน ในประเทศไทยฟิลเลอร์ชนิดนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาใช้ในการศัลยกรรมได้ เนื่องจากยังไม่ผ่านมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาภายในประเทศ แม้ในต่างประเทศจะมีการรับรองแล้วก็ตาม

ข้อเสียหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ ( Filler ) ไปแล้วคนไข้สามารถที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมขนาดของฟิลเลอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการรักษาด้วย แต่การเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์นอกจากจะมีข้อดีหลายประการแต่ก็มีข้อเสียหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากาการฉีดฟิลเลอร์ได้ดังนี้

1.ตาบอด
การฉีดฟิลเลอร์ถ้ามีความผิดพลาดฉีดเข้าสู่เส้นเลือดแล้ว อาจจะส่งผลให้ตาบอดได้ เนื่องจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดทำให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงดวงตาส่งผลให้ตาบอดได้

2.ผิวหนังตาย
การฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่เส้นเลือดไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดดำหรือเส้นเลือดแดง นอกจากที่ทำให้มีความเสี่ยงในการตาบอดแล้วยังมีความเสี่ยงที่กล้ามเนื้อตายเนื่องจากการขาดสารอาหารและออกซิเจนเช่นเดียวกับอาการตาบอด

การเลือกใช้ ฟิลเลอร์ ( Filler ) ว่าจะใช้ชนิดใดในการฉีดเข้าสู่ร่างกายก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์และความต้องการหรือจุดประสงค์ของผู้ป่วยด้วยว่าต้องการความคงอยู่ของฟิลเลอร์ยาวนานแค่ไหน