การแต่งหน้ามักจะเป็นของคู่กันของสาวๆ แต่ก็จะมีปัญหาเครื่องสำอางค์เลอะเสื้อผ้าตามมาเหมือนกัน บางทีแต่งๆอยู่ดีๆ นั้นเลือกหน้าของเราไม่พอ ยังไปเลอะเสื้อผ้าเราสะได้อีก ตบแป้งแล้วทาเผื่อแผ่ไปถึงลำคอด้วยเพราะไม่อยากหน้าลอย แต่สุดท้ายไปเลอะเป็นปื้นที่คอเสื้อ ยิ่งถ้าวันนั้นใส่เชิ้ตขาว หรือเสื้อสีอ่อนๆ เนี่ย กรี๊ดหนักมาก กลัวซักไม่ออก ยังไม่นับความโป๊ะอื่นๆ เช่น ทาลิปสีเข้ม ใส่เสื้อแขนยาวแล้วเผลอเอาแขนเสื้อไปโดนปาก เป็นรอยริมฝีปาก กรีดตา ดัดขนตาซะเป๊ะแต่เผลอฟุบหน้ากับแขน มาสคาร่าเลอะแขนเสื้อเต็มๆ คือถึงเปื้อนนิดเดียว ถ้าเอาไม่ออกมันก็นอยด์ น่าหงุดหงิดพอสมควร

วันนี้เราจึงมีบทความ เครื่องสำอางค์เลอะเสื้อผ้าทำอย่างไรดี ให้สะอาด ไม่ทิ้งรอย มาฝากทุกคนกัน เผื่อจะเป็นแนวทางให้สาวๆได้แก้ไขได้ทัน

กำจัดคราบ : รองพื้นเนื้อลิควิด ( Liquid Foundation )
รอยที่ทำเลอะกันเป็นอันดับต้นๆ ของผู้หญิง คงไม่พ้นรองพื้นเนื้อลิควิด ที่ทาหน้า ทาคอ จนลามไปเป็นดวงๆ ตรงปกเสื้อ อย่าเพิ่งโยนลงเครื่องซักผ้านะ เพราะเคล็ดลับที่สาวๆ หลายคนอาจไม่รู้คือครีมโกนหนวดของคุณผู้ชายนี่แหละ ช่วยลบคราบรองพื้นได้ ( แต่ต้องเป็นรองพื้นสูตร Oil-Free เท่านั้นน้า )

วิธีทำความสะอาดคือ แช่น้ำส่วนที่เป็นคราบให้ผ้าเปียกหมาดๆ แล้วบีบครีมโกนหนวดใส่มือเล็กน้อย แล้วละเลงลงไปตรงคราบได้เลย ถูเบาๆใช้แปรงสีฟันช่วยขัดก็ได้ แล้วค่อยซักเสื้อตามปกติ แต่ๆ ถ้าวันนั้นใช้รองพื้นสูตรผสมน้ำมัน ทางรอดคือน้ำยาล้างจานเพราะคุณสมบัติคือขจัดคราบมันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะบนจานหรือบนเสื้อก็ใช้ได้ บีบน้ำยาใส่คราบ แล้วถูให้ทั่ว รับรองคราบรองพื้นจะหายวับไปได้ดั่งใจแน่นอน

คำเตือน : เหมาะกับคราบเปื้อนเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย หรือผ้าผสมโพลีเอสเตอร์เท่านั้น หากเป็นเสื้อผ้าขนสัตว์หรือผ้าไหม ส่งร้านซักรีดที่เขาเชี่ยวชาญจะดีกว่า

กำจัดคราบ : แป้งผสมรองพื้น ( Powder Foundation )
ความน่าปวดหัวอันต่อมา ตีคู่มากับคราบรองพื้นเลย นั่นคือ แป้งผสมรองพื้น จะแบบอัดแข็งหรือฝุ่นก็ตาม เสี่ยงเปื้อนเป็นคราบบนแขนเสื้อ ปกเสื้อได้ง่ายมาก ขั้นแรกคืออย่าพยายามใช้มือปัดออกเด็ดขาด มันเป็นเนื้อฝุ่น จะยิ่งฟุ้งกระจาย แผ่รัศมีคราบออกไปไกลกว่าเดิม ให้ใช้การสะบัดส่วนที่เปื้อน เพื่อเอาผงแป้งส่วนเกินออกจะดีกว่า

เมื่อเหลือแต่คราบอย่างเดียวแล้ว วิธีทำความสะอาดคือ แช่ผ้าในน้ำให้เปียกหมาดๆ ให้ใช้น้ำยาขจัดคราบ เทลงไปตรงคราบ แล้วนวดเบาๆ จนกว่าคราบนั้นจะหายไป ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วเอาเข้าเครื่องซักผ้าตามปกติได้เลย! เทคนิคนี้สามารถใช้กับคราบอายแชโดว์และบลัชออนได้เช่นกัน

กำจัดคราบ : ลิปสติก
ถ้าสาวๆ ชอบทาลิปสติก ต้องมีสักครั้งนึงแหละที่พลาด ทำลิปเลอะเสื้อเป็นรอยริมฝีปาก แต่น้อยคนที่จะกำจัดคราบออกได้อย่างถูกวิธี ลิปสติกส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมัน ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยลบคราบไม่ใช่ผงซักฟอก แต่เป็นน้ำยาล้างจานต่างหาก เพราะความเป็นด่างของมันจะขจัดน้ำมัน และพิกเมนต์สีของลิปออกไป ลองนึกภาพอาหารที่มีสีเลอะๆ ในจาน เช่น สปาเก็ตตี้หมึกดำ แต่พอล้างจานแล้วก็สะอาดเหมือนใหม่ คราบลิปเปื้อนๆ ก็เช่นกัน

ทำเสื้อผ้าให้เปียกพอหมาดๆ หยดน้ำยาล้างจานลงไป ทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วล้างออกจนกว่าคราบจะหายไป ( ครั้งแรกอาจจะออกไม่หมด แนะนำให้ทำซ้ำ 2-3 รอบ) แต่ถ้าไม่มี จะใช้น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ก็ได้ เพราะน้ำยานี้จะชะล้างส่วนผสมทุกอย่างที่มีน้ำมันอยู่แล้ว รวมถึงลิปสติกที่เป็นสูตร Oil-based ด้วย

กำจัดคราบ : มาสคาร่า / อายไลเนอร์
บางทีง่วงมาก เผลอฟุบหลับเกยแขนไว้กับหน้า รู้ตัวอีกทีแขนเสื้อก็มีเส้นอายไลเนอร์ มาสคาร่ามาเป็นปื้นๆ แต่ไม่ต้องห่วง ทำความสะอาดได้ง่ายๆ แค่ใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์ ที่เราใช้ลบหน้าปกตินี่แหละ หยดใส่สำลีแล้วเอาไปเช็ดคราบบนเสื้อแทน ถูเบาๆ อย่ารุนแรง ถ้าคราบยังออกไม่หมด เราแนะนำให้ใช้สเปรย์ใส่ผม ยี่ห้อไหนก็ได้ ฉีดลงไปบริเวณคราบ รอ 2-3 นาที แล้วเอาผ้าลงไปขยี้ในน้ำเย็น

แอลกอฮอล์ที่ผสมในสเปรย์ใส่ผม จะช่วยกำจักพิกเมนต์สีของมาสคาร่า และอายไลเนอร์ให้จางไปได้จนแทบจะมองไม่ออกว่าเคยเปื้อน แต่ก็อาจจะไม่กลับมาขาว โดยทริคนี้จะเหมาะกับผ้าฝ้าย หรือผ้าที่ผสมโพลีเอสเตอร์เท่านั้นน้า ถ้าเป็นผ้าไหม ผ้าขนแกะ รบกวนส่งร้านซักรีดดีกว่า เสื้อจะได้ไม่ยุ่ย ไม่พังจนเสียทรง

กำจัดคราบ : น้ำยาเพ้นท์เล็บ
สาวๆ คนไหนที่ชอบเพ้นท์เล็บเองที่บ้าน น่าจะเคยเจอปัญหาสียังไม่แห้ง แต่ดันเอาเล็บไปโดนแขนเสื้อ ชายกระโปรง หรือแม้แต่ผ้าปูโต๊ะ พรมปูพื้นบ้างแน่ๆ ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะรอยน้ำยาทาเล็บซักออกได้ง่ายๆ เมื่อเผลอทำเปื้อนเสื้อ เช่น เสื้อเชิ้ต ให้นำกระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่เนื้อหนาๆ วางซ้อนบนล่างตรงรอยเปื้อนส่วนนั้น แล้วซับเบาๆ ให้น้ำยาทาเล็บส่วนเกินติดที่ทิชชู่ ซับให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้จนคราบเริ่มแห้ง ให้ใช้น้ำยาล้างเล็บหยดลงไป แล้วซับเบาๆ อีกรอบ ซับย้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าคราบจะค่อยๆ หายไป

หากเจองานยาก เช่นน้ำยาล้างเล็บแห้งก่อนจะซับทัน ก็อย่าเพิ่งสติแตก วิธีแก้ไขก็คือ ใช้น้ำแข็งก้อนๆ วางบนคราบ ความเย็นจะทำให้น้ำยาแห้งจนแข็งตัวเป็นแผ่น แล้วเธอค่อยขูดออกด้วยปลายแหลมๆ ของบัตรอะไรก็ได้ในกระเป๋าตังค์ หรือใช้แปรงสีฟันเก่าๆ ถูออก ทั้งนี้ขอเตือนว่า น้ำยาล้างเล็บส่วนใหญ่จะผสมอะซิโตน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสีบนผ้าบางชนิด ถ้าเธอใส่เสื้อที่มีสีหรือลายที่ผสมอะซิโตน เทน้ำยาล้างเล็บลงไป ลายหรือสีบนเสื้ออาจลบหายไปได้ ดังนั้นระวังด้วยนะ

กำจัดคราบ : ลิปกลอส
นอกจากลิปสติกแล้วคราบลิปกลอสบนเสื้อ ก็เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของสายแม่บ้านไม่แพ้กัน แต่ที่จริงก็พอมีวิธีทำความสะอาดอยู่ หากเปื้อนเป็นคราบแห้งไปแล้ว ให้ใช้บัตรอะไรก็ได้ เช่น บัตรเครดิต ขูดเอาเนื้อลิปออกมาให้มากที่สุด วิธีนี้จะดีกว่าเช็ดออก เพราะพิกเมนต์สีลิปจะยิ่งกระจายบนเนื้อผ้า ทำให้รอยกว้างขึ้นกว่าเดิมโดยไม่จำเป็น

อีกวิธีคือใช้สเปรย์ฉีดผมฉีดลงไปบนเสื้อ แล้วใช้มือแท็ปเบาๆ บนเสื้อที่ชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำยาซักผ้าหมาดๆ เพื่อทำให้สีของลิปกลอสจางลง กำจัดความเหนียวเยิ้มของเนื้อลิป สุดท้ายล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ สามารถทำซ้ำได้จนกว่าคราบจะออกหมดจด 

กำจัดคราบ : บรอนเซอร์ / บลัชออน
คราบสุดท้ายที่แม้โอกาสจะเกิดขึ้นยาก แต่ถ้าเผลอฟุบเอาหน้า เอาแก้มไปโดนแขนเสื้อ ก็เสี่ยงจะเป็นคราบบรอนเซอร์น้ำตาลๆ หรือสีชมพูของบลัชออนที่เนื้อผ้าเช่นกัน! แต่ยังถือเป็นโชคดี เพราะสีที่ใช้บนแก้มทั้งบรอนเซอร์และบลัช สามารถซักออกได้ง่ายๆ ด้วยน้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาขจัดคราบทั่วไปเลย

วิธีทำความสะอาดคือ ใช้น้ำยาซักผ้า น้ำยาขจัดคราบ หรือผงซักฟอกทั่วไปผสมน้ำถูที่รอยเปื้อนซ้ำๆ จนกว่ารอยจะจางลง ถ้าเอาง่ายสุด ก็ใช้สบู่ก้อนนี่แหละขัดออก แล้วค่อยโยนลงเครื่องซักผ้าตามปกติ รับรองเสื้อสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่ 

เมื่อเราได้รู้แล้วว่า เครื่องสำอางค์เลอะเสื้อผ้าทำอย่างไรดี ให้สะอาด ไม่ทิ้งรอย เราก็สามารถสบายใจขึ้นมาได้นิดนึง ว่าเสื้อผ้าตัวโปรดของเรานั้นอาจจะไม่ต้องมีคราบเครื่องสำอางค์มาติดให้กวนใจ แต่การระมัดระวังคงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด