ในวันที่ท้อ ใครบ้างที่อยู่ข้างๆคุณ เพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ครอบครัว หรือว่าแฟน บางคนก็โชคดีที่คนรอบข้างคอยเข้าใจและเป็นกำลังใจให้เสมอ แต่กับบางคนก็โชคร้ายเหลือเกินที่ไม่มีใครพร้อมจะเข้าใจเลยด้วยซ้ำ

นี่คือหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉันได้ประสบพบเจอกับตัวเอง ฉันเกิดมามีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กเพียง3ขวบ ในตอนเป็นเด็กฉันเข้าใจแค่ว่าพ่อแม่แยกกันอยู่เพราะว่าแม่ต้องไปทำงานที่ไกลๆ วันแล้ววันเล่าที่ฉันเอาแต่นั่งรอแม่กลับมาหาที่บ้าน ฉันขอเตือนคุณอย่างหนึ่งเลยนะ หากทำอะไรไม่ได้คุณอย่าได้คิดสัญญากับเด็กเชียว เพราะไม่ว่าจะเป็นแค่สัญญาปากเปล่าหรือต้องรอนานแค่ไหน เด็กยังไงก็เป็นเด็กเขาจะรอคุณอยู่อย่างนั้นเพียงแค่คุณบอกว่าจะมาหาอย่างตัวฉันที่รอแม่กลับมายังไงหละ

วันแล้ววันเล่าแม่ก็ไม่มาสักที ” ฉันรออย่างมีความหวัง “ พูดกับท้องฟ้ากับสายน้ำทำเหมือนสิ่งเหล่านั้นเป็นเพื่อน ได้แต่พูดคำเดิมๆว่าเมื่อไหร่แม่จะมานะ พอเริ่มโตการรอคอยก็กลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว ฉันรออย่างไร้จุดหมาย แต่ไม่ใช่ว่าแม่จะไม่มาหาฉันเลยนะเพียงแต่ว่า2ปีจะมาสักครั้งและครั้งละไม่เกิน4ชั่วโมงก็เท่านั้นเอง

ฉันอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง พ่อกับแม่เลี้ยงมีลูกด้วยกัน3คน ซึ่งก็คือพี่ชายต่างแม่ของฉัน นับเป็นความโชคดีที่พวกเขาค่อนข้างที่จะรักและเอ็นดูฉันอย่างมากๆเลยแหละ แม่เลี้ยงของฉันใจดีมากแล้วเขาก็รักฉันแบบลูกที่แท้จริง ฉันถือว่าฉันได้ครอบครัวที่เยี่ยมยอดมากหากเทียบกับคนอื่นที่ต้องเข้าไปอาศัยในฐานะลูกเลี้ยงแล้วหละก็ 

ครอบครัวที่เป็นอยู่มันถือว่าดีจริงๆแต่ในทุกๆวันมันไม่ใช่แบบนั้น มีหลายครั้งมากที่ฉันน้อยใจจริงๆว่าทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ทำไมไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอย่างใครเขา อยากมีคนคอยขับรถไปส่งที่โรงเรียนหรือแม้กระทั่งอยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวบ้างอย่างคนอื่นเขา แต่ชีวิตนี้ฉันไม่เคยมีแบบนั้นเลย มันจะอบอุ่นแค่ไหนนะหากได้มีประสบการณ์เหล่านั้นบ้าง

ฉันถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเลยหละ เพียงแต่บ้านนี้ไม่ได้ร่ำรวยอย่างใครแถมสมาชิกเยอะด้วยรวมๆแล้วประมาณ6คนเลย ทำให้การกินการอยู่ค่อนข้างที่จะต้องประหยัดพอสมควร แต่ฉันได้เงินจากแม่นะ แม่ส่งมาให้ทุกเดือนเป็นค่ากินอยู่ของฉัน แต่ก็นั่นแหละแค่ค่ากิน ทำให้ในวัยเด็กของฉันไม่ค่อยจะมีของเล่นหรือเสื้อผ้าสวยๆอย่างใครเขามีกันเพราะเราต้องประหยัดเงินไว้ใช้กินใช้ซื้อในส่วนของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเราเท่านั้น

แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน เรื่องที่แม่ทิ้งฉันไปมันก็ยังเป็นเรื่องทำให้ชีวิตฉันเป็นปมอย่างมาก ฉันไม่เคยบอกหรือเล่าให้ใครฟัง เพราะไม่อยากให้แม่ต้องรู้สึกผิด นับตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ฉันก็ยังคงรอคอยแม่อยู่เลย เวลาผ่านไป20ปีแล้วที่แม่จากไปและสัญญาว่าจะกลับมา 

แม่มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ฉันพึ่งได้รับรู้ตอนที่ฉันอายุประมาณ18ปี วินาทีนั้นหัวใจสลาย ในเวลาที่รอคอยแม่มา10กว่าปีคือแม่กำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่ นาทีแรกที่รู้ฉันรู้สึกโกรธแม่มาก แต่พอแม่กลับถามว่า หนูไม่รักแม่แล้วหรอ ฉันกลับหายโกรธทันที แม้จะโกรธแค่ไหนในหัวใจของฉันก็ยังรักแม่ รักมากและรักมาตลอดไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหนหรือทิ้งฉันไว้กับใคร 

นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เคยได้บอกใคร ถึงเป็นเรื่องที่เล็กแต่กัดกินใจฉันนานเหลือเกิน ทุกวันนี้20กว่าปีผ่านไปในใจฉันก็ยังคงคอยแม่กลับมาหาอยู่เสมอ