แม่เลี้ยงของฉันไม่ได้ดีเหมือนใคร ทุกเช้ามืดฉันจะได้ยินเสียงโพล้งเพล้งอยู่ในครัวเสมอ เป็นประจำทุกเช้าแบบนี้ทุกวัน ถามฉันว่ารู้ได้ยังไง ก็เพราะเสียงเหล่านั้นเป็นเสียงที่ทำให้ได้ยินและสะดุ้งตื่นขึ้นมา ยังจำได้ ในตอนที่ฉันยังเล็กทุกครั้งที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาจะต้องตะโกนสุดเสียงร้องหาแม่เพราะกลัวผีมากๆแต่พอแม่ตะโกนกลับมาเพียงคำสั้นๆก็กลับทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจแล้วนอนหลับได้ต่อแต่ถ้าหากวันใดตะโกนออกไปแล้วไม่มีเสียงแม่ตอบกลับกลับมาฉันก็จะตะโกนออกมาเรื่อยๆ  ”แม่ แม่ แม่ แม๊”จนคนตื่นกันทั้งบ้านนึกแล้วรู้สึกตลกตัวเอง ว่าทำแบบนั้นไปทำไมและเพื่ออะไร 

ตอนยังเล็กนัก สักวัยอนุบาลได้ แม่จะเป็นคนมาปลุกให้ฉันตื่นนอน แล้วให้ขึ้นหลังไปอาบน้ำ เพราะถ้าหากไม่ให้ขี่หลังแล้วฉันจะไม่ยอมไปอาบน้ำเสียที อีกนัยนึงมันเหมือนการที่แม่บังคับให้ฉันต้องลุกจากที่นอนเพราะไม่อย่างนั้นฉันก็นอนบิดไปมาไม่ยอมลุกเสียที อาบน้ำเสร็จก็ต่อด้วยนั่งถักเปีย คนถักก็ถักไป คนโดนถักก็นั่งหลับไปเช่นกัน ถักเปียเสร็จแล้วก็กินข้าว แม่เป็นคนทำอาหาร แม่ถึงต้องตื่นมาทำเสียงโพล้งเพล้งในครัวในตอนเช้ามืดยังไงหละ ไม่เพียงแค่ทำอาหารเช้านะ ยังเป็นอาหารที่จะต้องใส่กล่องข้าวไปให้ฉันกินที่โรงเรียนตอนพักกลางวันอีกด้วย คุณรู้ไหมที่ฉันเล่ามานั่นคือทุกอย่างจะต้องเสร็จสิ้นพร้อมให้ฉันขึ้นรถโรงเรียนตอนตีห้า แสดงว่าแม่เลี้ยงของฉันก็คงจะต้องตื่นเวลาตีสามครึ่งทุกเช้า

ตอนเด็กฉันเถียงแม่ทุกวันไม่ว่าเรื่องอะไร ขอให้ได้เถียงไว้ก่อน แม่ชอบหนีไปตลาดโดยไม่ชวน ฉันเลยต้องนั่งระแวงทุกครั้งที่เป็นวันหยุด กลัวว่าแม่จะหนีไปไหนแล้วไม่ชวนฉัน ในตอนนั้นการไปตลาดมันเหมือนไปเที่ยวเลยแหละเพราะในตลาดมีของเล่นให้ซื้อไง มีซีดีหนังขาย แล้วก็ได้ไปดูหนังสือขายหัวเราะด้วยว่าออกเล่นใหม่หรือยังเพราะฉันหนะเป็นแฟนตัวยงหนังสือของเขาเลย แต่แม่ก็ชอบดุว่าซื้อทำไมนัก เปลืองเงิน ตอนนั้นน้อยใจมาก ทำไมหนังสือเล่มละ15บาทแม่ถึงซื้อให้ไม่ได้

มีช่วงหนึ่ง ตุ๊กตาบลายที่ตาเปลี่ยนสีได้ มาแรงมาก ฉันเห็นเพื่อนพูดกันทุกวัน รู้สึกอยากได้จังเลย แต่พอรู้ราคาแล้วถึงกับอึ้ง ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ฉันหมดหวังแล้ว…แม่เลี้ยงคงไม่ซื้อให้หรอก เราต้องประหยัดเงินไว้กิน ไม่มีเงินมาซื้ออะไรไร้สาระแบบนี้หรอก ท่องไว้คำนี้

ฉันเดินคอตกอยู่หลายวัน เศร้าใจที่แม่เลี้ยงของฉันไม่ค่อยมีเงินอย่างใครเขา กลับมาจากโรงเรียนแม่ชวนไปร้านค้าสะดวกซื้อที่เรียกว่า เซเว่น ฉันก็ไปเป็นเพื่อนแม่ ตอนเดินเข้าเซเว่นดันมีร้านขายตุ๊กตาเอาตุ๊กตาบลายมาลงในร้านพอดีอีก ในร้านมีสองตัววันนั้นฉันจำได้เลย ฉันมองแม่ก็มอง แล้วเราก็เดินผ่านไปเข้าไปซื้อของในเซเว่น พอซื้อของเสร็จกำลังจะเดินกลับรถ จู่ๆแม่ก็หยุดเดินแล้วเข้าไปถามคนขายในร้านตุ๊กตาว่ามันราคาเท่าไหร่เจ้าตุ๊กตาบลายนี่ คนขายบอกราคาเสร็จสรรพ ฉันได้แต่เงียบ เพราะราคามันก็เท่ากับที่ฉันรู้ข้อมูลมา แม่คงไม่ซื้อให้อยู่แล้ว แม่หันหลังกลับมาถามฉันว่า “เอาตัวไหนหละน่ารักดีเนอะดูสิมันเปลี่ยนสีตาได้ด้วย เลือกสิ” วินาทีนั้นทั้งงง และดีใจ รีบเลือกอย่างไว สีหน้าแม่เครียดนิดๆแต่ก็ยังยิ้มให้ฉัน พอมาคิดในตอนนี้แล้ว สีหน้าเครียดของแม่วันนั้นคงเป็นเพราะเงินที่เราต้องใช้กินกันทั้งครอบครัวมันต้องถูกแบ่งมาซื้อของอะไรก็ไม่รู้ที่มันไม่สำคัญเลย

แม่เลี้ยงของฉันอาจจะไม่ได้ดีเท่าใคร แม่มีเงินไม่เยอะเหมือนคนอื่น แม่ชอบหนีไปตลาดคนเดียวโดยไม่ชวนฉัน  แล้วก็แม่ยังไม่ได้ดีอีกหลายเรื่อง แต่คุณรู้ไหม สำหรับฉันแล้ว แม่คนนี้คือคนที่ประเสริฐที่สุด แม้ว่าไม่ใช่แม่ที่แท้จริง ไม่ได้เป็นคนอุ้มท้องฉันมา แต่แม่ยอมตื่นตีสามครึ่งทุกวันเป็นเวลาสิบๆปีเพียงเพื่อมาให้ฉันขี่หลังไปอาบน้ำ ถักเปีย และทำกับข้าวให้ฉัน แม่ยอมกินน้อยเพื่อที่ให้ฉันได้กินอิ่มอยู่เสมอ ยอมเหนื่อยพาฉันไปเรียนพิเศษที่ต้องนั่งรถโดยสารไปอีกจังหวัด สิ่งเหล่านี้เขาไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่ด้วยความเป็นแม่แล้ว แม่คนนี้มีความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ฉันเคยสัมผัสมา และเขาก็ได้มอบให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงลูกเลี้ยงแบบฉัน