หลังสงครามโลก

หลังสงครามโลก เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488

หลังสงครามโลก หลังจากที่ญี่ปุ่นยอมจำนนในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โต้แย้งว่าการประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรนั้นผิดกฎหมาย และปฏิเสธข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของจอมพล ป. และญี่ปุ่น ในทางกลับกัน กวง อภัยวงศ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นในช่วงสงคราม

รัฐบาลอังกฤษมีข้อเรียกร้องต่อประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถคืนดินแดนที่ได้มาระหว่างสงครามให้กับเจ้าของเดิมและขายข้าวให้กับสหราชอาณาจักรเพื่อแลกกับการสนับสนุนการเป็นสมาชิก สหประชาชาติเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2489 ศาลฎีกาได้ยกเลิกคดีของจอมพล ป. ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม

และในวันที่ 9 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตอย่างลึกลับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร (ครองราชย์ 2489-2559) ระหว่างปี พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2490 รัฐบาลที่สนับสนุนปรีดีเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว เพราะสังคมมองว่ารัฐบาลแก้คดีไม่ได้

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 การรัฐประหารของทหาร มีการทำลายปีกซ้าย โดยเฉพาะผู้สนับสนุนส่วนปรีดี ส่วนที่อ้างว่าไม่สามารถคลี่คลายคดีมรณะได้ จอมพล ป. รัฐบาลกลับสู่อำนาจในปี พ.ศ. 2491 และใช้นโยบายปราบปรามนักการเมืองชาวจีน มาเลย์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมษายน 2491
มีการประท้วงของชาวบ้าน Dusong Nyor จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2492 ปรีดีและพันธมิตรซึ่งประกอบด้วยทหารเรือและอดีตสมาชิกเสรีไทยพยายามยึดอำนาจแต่ไม่สำเร็จจึงถูกเรียกว่ากบฏวังหลวง

หลังกบฏแมนฮัตตันและกบฏสันติภาพในปี พ.ศ. 2494 พล.ต.เปา ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ และพล.ต.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ค่อยๆ

มีอำนาจมากกว่า จอมพล ป. บทบาทของสหรัฐฯ ในขณะนั้นมองว่าประเทศไทยเป็นรัฐที่ต้องได้รับการคุ้มครองเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของลัทธิ

คอมมิวนิสต์ ประเทศไทยเข้าร่วมสงครามในสงครามเกาหลีในปี พ.ศ. 2497 และเป็นประเทศหลักในองค์การสนธิสัญญาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยได้รับเงินอุดหนุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

ความช่วยเหลือทางวิชาการ และการปรับปรุงกองทัพและตำรวจสหรัฐ ในช่วงปี พ.ศ. 2498 – 2500 จอมพล ป. เริ่มผ่อนคลายการควบคุมทางการเมืองที่เข้มงวดและอนุญาตให้พรรคการเมืองลงทะเบียนได้ ในช่วงเวลานั้น จอมพล ป. และ พล.ต.อ.เผ่า ที่เป็นพันธมิตรกันเห็นว่ากำลังพ่ายแพ้ให้กับจอมพลสฤษดิ์และกลุ่ม “ศักดินา”

จึงพยายามนำปรีดีกลับประเทศ แต่ถูกรัฐบาลสหรัฐขัดขวาง นอกจากนี้ จอมพล ป. ยังขัดแย้งกับพระมหากษัตริย์อยู่หลายครั้ง จอมพลสฤษดิ์ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนตั้งแต่เขาลาออกจากคณะรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคม 2500 จนถึงวันที่ 13 กันยายน จอมพลสฤษดิ์นำการรัฐประหาร

หลังสงครามโลก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2493

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. พ.ศ. 2493 เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 รายละเอียดได้ถูกบันทึกไว้

การเตรียมพิธี

พราหมณ์ทำพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำราชบุรี สระเกศ สระแก้ว สระคงคา และสระยมนา ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น มาถวายน้ำ เพื่อถวายเป็นน้ำพระราชทานและน้ำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ยังมีพิธีจารึกพระปรมาภิไธยบนพระสุพรรณบาทด้วย ดูดวงและสลักตราประทับรัชกาล ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2493 ในสมัยอันเป็นมงคล

 

บทความก่อนหน้า : ระบอบสฤษดิ์ และยุคถนอม-ประภาส