ราชวงศ์จักรี

ราชวงศ์จักรี เป็นราชวงศ์ต่อไปของสมเด็จพระเจ้าตากสินแห่งธนบุรี

ราชวงศ์จักรี ซึ่งปกครองอาณาจักรที่สืบทอดอยุธยามาจนกลายเป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้ เกิดขึ้นจากสมเด็จพระเจ้าพระยามหากาฬสินธุ์ (ทองดวง) ขุนนางผู้ดำรงตำแหน่งสมุทรนายก (จักรี) ในราชสำนักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยึดอำนาจลอบสังหารสมเด็จพระเจ้าตากสินและสถาปนาพระองค์เองเป็นพระมหากษัตริย์แทน (ภายหลังทรงปรากฏพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)

เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 และย้ายศูนย์กลางการปกครองจากธนบุรีมาที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ซึ่งเป็นเมืองหลวง เมืองจนถึงปัจจุบัน เอกสารหลายฉบับทั้งไทยและต่างประเทศ อ้างความโกลาหลทางการเมืองในปลายรัชกาลพระเจ้าตากสินว่าผลที่พระเจ้าตากสินมีศีลธรรมแตกต่างกัน กระทั่งสมเด็จเจ้าพระยาศึกซึ่งขณะนำทัพเข้ากัมพูชาต้องเดินทางกลับเพื่อยุติเหตุการณ์

แล้วลอบสังหารพระเจ้าตากก่อนขึ้นเป็นกษัตริย์แทนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์จักรี ต่อมาราชวงศ์จักรีได้ปราบปรามทายาทของพระเจ้าตากสิน เจ้าพระยาทิพกลวงศ์มหาโกสถิบดี (คำ บุนนาค) บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระเจ้าพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงรับสั่ง “ให้นำโอรสองค์เล็กของเจ้าตากสิน…ลงเรือจมน้ำให้หมด”

โดยอ้างคำโบราณว่า “ตัดหวายไม่ทิ้งหนาม ฆ่าพ่อไม่เลี้ยงลูก” และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ประหารหม่อมขอม พระราชโอรสในพระเจ้าตากเมื่อ พ.ศ. 2352 กรณีที่อ้างว่า มีนกกาถือหนังสือกบฏอยู่ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในสายเลือดของราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) มีพระราชดำรัสว่า บรรพบุรุษของราชวงศ์จักรีไม่ใช่คนไทยแท้

แต่เป็นการผสมผสานแบบมอญของชาวจีนที่สืบทอดมาจนถึงสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) บิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และมีทฤษฎีที่ว่าราชวงศ์จักรีอาจสืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอาจนำไปสู่สายสัมพันธ์ทางเครือญาติในสมัยราชวงศ์พระร่วงที่สืบเชื้อสายมาจากสุโขทัย 6 เมษายน พ.ศ. 2325

ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ถือเป็นวันสถาปนาราชวงศ์จักรีที่เรียกว่าวันจักรีและกำหนดให้วันที่ 6 เมษายนของทุกปี เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ตั้งแต่อย่างน้อยปี พ.ศ. 2468 ราชวงศ์จักรีใช้สัญลักษณ์รูปตรีศูลในจักรสุทัศน์ ซึ่งเป็นอาวุธของพระวิษณุในศาสนาฮินดู ด้วยเหตุผลที่ว่าคำว่า “จัก” และ “ตรี” ตรงกับชื่อ “จักรี” ของราชวงศ์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (20 มีนาคม พ.ศ. 2737 – 7 กันยายน พ.ศ. 2352) เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงประสูติในวันพุธที่ 4 ค่ำเดือน 5 ปีวอก ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2379 (แบบปัจจุบัน พ.ศ. 2280) ทรงครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. 2325 เมื่ออายุได้ 45 ปี และย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีมาอยู่ฝั่งพระนคร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่พำนัก

พระราชสมภพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระนามเดิมคือ ทองดวง ประสูติเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2280 (ปัจจุบันคือ พ.ศ. 2280) (วันขึ้น 20 ค่ำเดือน 4) ในราชอาณาจักรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงศรีอยุธยา เป็นโอรสองค์ที่สี่ของพระอักษรสุนทรศาสตร์ (ทองดี)

ซึ่งต่อมาตั้งเป็นสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก กับพระอัครชัย (หยก) เมื่อโตมาถวายตัวเป็นข้าราชการของกรมขุนพลพินิจ (ต่อมาพระเจ้าอุทุมพร) เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี ได้ไปบวชที่วัดมหาทะเลเป็นเวลา ๑ ปี จึงได้ลาไปเป็นราชสำนักของพระเจ้าอุทุมพรเช่นเดิม เมื่ออายุได้ 25 ปี ได้ไปรับราชการที่ราชบุรีในตำแหน่ง “หลวงยกกระบัต” ในแผ่นดินพระเจ้าสุริยะอมรินทร์และแต่งงานกับนายนาค (ภายหลังสถาปนาเป็นพระราชินีอมรินทรา) ธิดาของตระกูลมอญผู้มั่งคั่งซึ่งมาตั้งรกรากที่บ้านอัมพวา สมุทรสงคราม

ก่อนหน้า : พระบรมราชานุสรณ์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี