จอมพล ป. พิบูลสงคราม

จอมพล ป. พิบูลสงคราม และ สงครามโลกครั้งที่สอง

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ. 2481 ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาจัดการความนิยมของรัฐบาลด้วยการควบคุมสื่อและการเซ็นเซอร์ นักโทษการเมืองและขบวนการต่อต้านราชวงศ์ถูกจับกุมภายในปีแรก

รัฐบาลได้ออกกฎหมายต่อต้านจีนจำนวนหนึ่ง และสงวนบางอาชีพไว้เฉพาะคนไทยซึ่งเป็นแนวคิดชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ออกรัฐนิยม 12 รัฐ รวมทั้งเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นไทยและควบคุมวิถีชีวิตประจำวันต่างๆ โดยอ้างว่าให้ต่างประเทศมองว่าไทยเป็นประเทศสมัยใหม่

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2483 กองทัพไทยได้บุกเข้าลาวและกัมพูชา แม้จะแพ้ในยุทธการเกาะช้าง แต่แผ่นดินสามารถยึดดินแดนได้จนกว่าญี่ปุ่นจะเข้ามาเป็นตัวกลางด้วยความสำเร็จของอนุสัญญายกดินแดนลาวและกัมพูชาบางส่วนให้แก่ไทย หลังจากนั้นไทยเตรียมทำสงครามญี่ปุ่น แต่อำนาจของอังกฤษและสหรัฐฯ ไม่สามารถช่วยรักษาความมั่นคงของไทยได้

วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ชาวญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทย มีการปะทะกับญี่ปุ่นหลายจุด จอมพล ป. เห็นว่าการกบฏนั้นไร้ประโยชน์ จึงสั่งหยุดยิงอนุญาตให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทางผ่านประเทศไทยเพื่อแลกกับญี่ปุ่นที่จะยอมรับเอกราชของไทย ต่อมารัฐบาลเห็นว่าญี่ปุ่นชนะศึกต่างๆ และเชื่อว่าญี่ปุ่นจะชนะสงคราม

ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นและประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ปฏิเสธที่จะยื่นประกาศสงครามต่อสหรัฐอเมริกาและก่อตั้งขบวนการไทยเสรี ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2485 รัฐบาลได้เข้ายึดอำนาจรัฐฉาน ก่อตั้งเป็นอดีตประเทศสหรัฐอเมริกา

ในเวลาเดียวกัน ญี่ปุ่นก็มอบดินแดนมาเลย์ที่อังกฤษยกให้อังกฤษในปี 2452 ให้กับไทยด้วย ภาษีที่เพิ่มขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น พวกเขายังต้องเผชิญกับการทิ้งระเบิดทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตร

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2487 จอมพล ป. แพ้มติในสภาผู้แทนราษฎรจึงลาออกจากตำแหน่ง เหตุผลหนึ่งคือ ส.ส. ต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์กับฝ่ายสัมพันธมิตร และเห็นว่า จอมพล ป. เป็นอดีตความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น และเลือกที่จะแกว่งไกวและให้อภัย หว่องเป็นนายกรัฐมนตรีแทน

ปลายสงคราม รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะหลบหนีข้อเรียกร้องของฝ่ายสัมพันธมิตร โดยพยายามเสนอขบวนการเสรีไทยในประเทศให้ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้ในการต่อต้านญี่ปุ่น และไทยพึ่งพาความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ

ในสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลไทยนำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม

รัฐบาลไทย จอมพล ป. ได้นำประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นกลางในสงคราม จนกระทั่งถูกกองทัพญี่ปุ่นรุกรานเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เวลาประมาณ 02.00 น. กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกทางภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย

และมีการปะทะกันระหว่างทหารและเยาวชนไทยก่อนที่รัฐบาลจะออกคำสั่งหยุดยิงเวลา 11.00 น. หลังจากนั้นได้มีการสรุปสนธิสัญญาทางทหารระหว่างสองประเทศในช่วงแรกของสงครามแปซิฟิก ญี่ปุ่นกดดันรัฐบาลไทยให้ยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านพม่าและชมาลายาอังกฤษ รัฐบาลไทย นำโดยจอมพล ป. เห็นด้วยเพราะญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าจะคืนดินแดนอินโดจีนบางส่วนที่สูญหายไปให้กับฝรั่งเศส

หลังเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ไทยยังคงมีอำนาจในการจัดการบุคลากรและกิจการภายใน ซึ่งคล้ายกับความสัมพันธ์ระหว่างนาซีเยอรมนีกับฟินแลนด์ บัลแกเรียและโรมาเนีย

รัฐบาลไทยได้แยกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ จอมพล ป. และฝ่ายไทยเสรี ขบวนการใต้ดินต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นนำโดยปรีดีพนมยงค์ มันเกี่ยวข้องกับการเจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตรหลังสงคราม ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับประเทศที่ร่วมมือกับมหาอำนาจฝ่ายอักษะอื่นๆ

 

อ่านต่อ : การปฏิวัติ พ.ศ. 2475 และรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา