สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

เรื่องราวความเป็นมาของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (17 เมษายน พ.ศ. 2377 – 6 เมษายน พ.ศ. 2325) ซึ่งเดิมชื่อสินเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธนบุรี และเป็นพระมหากษัตริย์องค์เดียวแห่งอาณาจักรธนบุรี

เดิมพระองค์เป็นนายทหารในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ ต่อมา พ.ศ. 2310 เกิดการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระองค์ได้เป็นผู้นำขับไล่ทหารพม่าที่ยึดครองกรุงศรีอยุธยาอยู่ในเวลานั้น และได้ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาอีกเจ็ดเดือนถัดมา

เสด็จพระราชดำเนินไปกรุงธนบุรี และรวบรวมดินแดนที่ปกครองโดยขุนศึกต่าง ๆ ให้กลับมารวมกันอีกครั้งพร้อมทั้งขยายอาณาเขตให้กว้างขวาง นอกจากนี้ ยังได้ฟื้นฟูอาณาจักรในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติหลังสงคราม ทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วรรณกรรมและการศึกษา หลังจากที่รัฐบาลไทยประกาศวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันพระเจ้าตากสิน” และยังได้รับพระราชทานยศมหาราช

พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 สิริอายุได้ 48 พรรษา ภายหลังถูกประหารโดยสมเด็จพระเจ้าพระยามหากาฬสินธุ์เพื่อน และสืบราชสมบัติเป็นราชวงศ์จักรีปัจจุบัน รวมทรงครองราชย์มาแล้ว 15 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระโอรสและธิดา 30 พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์วีรบุรุษคนหนึ่งของชาติไทยที่ประชาชนรู้จักดีและเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีที่ประดิษฐานมากที่สุดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีชาวจีนแต้จิ๋วชื่อ หย่งแซ่เต๋ (นิธิ ยอศรีวงศ์ พรรณนาถึง ไฮ หง หรือ ไฮ หง หรือ ไฮเฟิง อำเภอหนึ่งของจังหวัดเฉาโจว ไม่ใช่ชื่อบิดาของกษัตริย์ทอน บุรี) ซึ่งอพยพมาจากเฉิงไห่ซัวเถา

แต่เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2377 บุตรชายชื่อสิน เกิดกับนางนกเอียง ซึ่งเป็นชาวไทย ต่อมาได้รับพระราชทานนามกรมพระเทพมาตร ส่วนถิ่นกำเนิดของกรุงธนบุรีน่าจะเกิดที่ภาคกลางมากกว่าเมืองตาก ซึ่งมักกล่าวกันว่าอยู่ในอยุธยา

จากหลักฐานที่อาลักษณ์ชาวจีนบันทึกไว้ในดินแดนของจักรพรรดิเฉิงพงศาวดารเฉียนหลงที่อ้างถึงประวัติราชวงศ์ของเขา “พ่อเจิ้งมาจากมณฑลกวางตุ้ง ไปค้าขายที่เสียมโหลก๊กและเกิดเจิ้งที่นั่นเมื่อเจิ้งโจวเติบโตขึ้น สามารถรับใช้ชาติในเสียมโลกก เมื่อเจิ้งจ่าวพ่ายพม่า ประชาชนทั้งประเทศกลายเป็นผู้ปกครองประเทศ…”

สำหรับการศึกษาของกษัตริย์ธนบุรีนั้นไม่ชัดเจน แต่คาดว่าได้อุปสมบทมาระยะหนึ่งแล้ว พระองค์จึงทรงสามารถแต่งกลอนและสนับสนุนการรวบรวมพระไตรปิฎกทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ได้

เด็กชายสินเคยเรียนที่วัดโกศสวัสดิ์ สำนักพระอาจารย์ทองดียังได้อุปสมบทและศึกษาภาษาต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีเพียงหลักฐานที่เชื่อได้ว่าพระองค์ทรงสามารถพูดได้ 4 ภาษา คือ ไทย จีน เวียดนาม และลาว

เพราะในหลวงธนบุรีมีเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว จึงได้รับความเคารพอย่างสูงโดยเฉพาะจากคนไทยเชื้อสายจีน ชื่อนี้ถูกเรียกตามชื่อภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่อู๋หมายถึงกษัตริย์แต้จิ๋วที่เคารพสักการะ (ชื่อของเขา แต้ มีความหมายเหมือนกันกับคำว่าแต้จิ๋ว

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ข้อมูลแก่ ดร.มัลคอล์ม สมิธว่า พระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นที่รู้จักกันในนามชาวจีนในชื่อ เตีย สินทัด หรือ เตีย สินทัด แปลว่า บิดาของผู้ปกครองเมืองที่แห้งแล้ง และยังมีชื่อที่ปรากฏ Zheng Guoying ซึ่งหมายถึงวีรบุรุษของประเทศ Zheng ตามหลักฐานของจีน ก่อนเข้ารับราชการเขาเคยทำงานเป็นพ่อค้าโดยพ่อของเขา และยังมีหลักฐานว่าเขาเคยเป็นพ่อค้ารถเข็น อย่างเป็นระเบียบ ได้แก่ แต้จิ๋ว กวางตุ้ง และจีนฮกเกี้ยน

อย่างไรก็ตาม ต้วน ลี่เซิง ถูกพบเป็นสุสานบรรจุเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของกษัตริย์ธนบุรีที่ตำบลหัวฟู อำเภอเฉิงไห่ มณฑลเฉาโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน รวมทั้งศาลครอบครัวซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2464 มีการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นผู้สืบราชบัลลังก์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวธนบุรีที่ส่งไปฝังแทนพระบรมศพตามประเพณีจีน นี่อาจเป็นหลักฐานว่าเชื้อสายของบิดาอยู่ที่ตำบลนั้น ซึ่งเป็นเขตแห้งแล้งที่นำไปสู่การอพยพเข้ากรุงศรีอยุธยา

 

บทความก่อนหน้านี้ : การเมืองไทย การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ ทักษิณ ชินวัตร