การปฏิวัติ

การปฏิวัติ พ.ศ. 2475 และรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา

     การปฏิวัติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 กลุ่มคนที่เรียกคณะราษฎรว่าปฏิวัติได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครอง ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2478 – 2500 เป็นช่วงที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงปกครอง และพระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีบทบาททางสังคมอีกต่อไปจนกระทั่งสิ้นยุคนี้ พรรคประชาชนเริ่มวางแผนปฏิรูปการเมืองแต่ช้า

หลังจากนั้นพรรคประชาชนก็ขัดแย้งกันเอง ฝ่ายพลเรือนมีอำนาจน้อยกว่ากองทัพ พรรคประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม และหลังจากวิกฤตการณ์สามครั้งในปี 2476 ทหารหนุ่มก็ชนะในที่สุด พระมหากษัตริย์และกลุ่มราชาธิปไตยพยายามเอาชนะพรรคประชาชนทุกวิถีทาง สร้างเครือข่ายต่อต้านการปฏิวัติโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลาง

เริ่มตั้งแต่กฎหมายปิดสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 พระเจ้าบรมนาถบพิตร ทรงนำทหารในจังหวัดต่างๆ ก่อกบฏ แต่ล้มเหลว ความขัดแย้งระหว่างเขากับรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหลังจากที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะเจรจาเปลี่ยนแปลงอำนาจและรูปแบบการปกครองของกษัตริย์ ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 (แบบเก่า)

รัฐบาลถวายสักการะแด่พระราชวงศ์ของพระนางเจ้าอานันทมหิดล (ภายหลังในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2478-2532) ขณะยังทรงพระเยาว์และศึกษาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นพระมหากษัตริย์และทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีผู้สำเร็จราชการในสมัยแรก
สั่นคลอนแต่อยู่ร่วมกันได้เพราะพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) และในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาลก็สามารถเจรจาได้จนสยามมีอธิปไตยสมบูรณ์

ปฏิวัติประวัติศาสตร์ไทย (พ.ศ. 2475–2516)

ประวัติศาสตร์ไทยระหว่าง พ.ศ. 2475-2516 เป็นยุคเผด็จการทหาร กองทัพเข้ามาครอบงำการเมืองไทยภายหลังการปฏิวัติสยามในปี พ.ศ. 2475 โดยกลุ่มที่เรียกตนเองว่าพรรคประชาชน พรรคประชาชนในพรรคประชาชนได้รับชัยชนะในที่สุดในหมู่ทหารหนุ่ม

พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสานความเข้าใจระหว่างคนกลุ่มต่างๆ แต่รัฐบาลก็ยังไม่มั่นคง จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2481

แต่เขากลับส่งเสริมชาตินิยมและไสยศาสตร์แทนรัฐธรรมนูญ ประกาศรัฐนิยม เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย ลดบทบาททางสังคมของพระมหากษัตริย์และนำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สองโดยยึดฝั่งญี่ปุ่นไว้ หลังสงครามไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่สูญเสียเนื่องจากความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีหลายคนถูกแทนที่จนถึงปี พ.ศ. 2490

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นี่คือจุดจบของกลุ่มการเมืองสายปรีดี พนมยงค์และพรรคประชาชนในช่วงสงครามเย็น ไทยกลายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ เข้าร่วมสงครามเกาหลี เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในปี พ.ศ. 2500 เขาถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นำตัวไปทำรัฐประหาร ซึ่งเป็นการสิ้นสุดยุคผู้นำสามทาง

หลังจากนั้นประเทศไทยเข้าสู่ยุคเผด็จการโดยสิ้นเชิง ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ใช้อำนาจอย่างเฉียบขาดในการปกครองประเทศและดำเนินนโยบายการพัฒนาชนบท นโยบายที่อนุญาตให้สหรัฐฯ จัดตั้งฐานทัพทหารในประเทศไทยสำหรับสงครามเวียดนาม นำไปสู่ความเป็นตะวันตกและความทันสมัยของประเทศอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2506 จอมพลถนอม กิตติขจร ได้ปกครองประเทศเป็นทายาท ในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างรวดเร็วแต่มีความเหลื่อมล้ำสูง ประเทศไทยกลายเป็นอุตสาหกรรมและกลายเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมและการยอมรับค่านิยมเสรีภาพตะวันตกทำให้เกิดจิตสำนึกทางการเมืองที่นำไปสู่การเดินขบวนและการสิ้นสุดระบอบถนอมในปี 2516

 

อ่านต่อ : ราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ