สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จสวรรคต

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จสวรรคต พุทธศักราช 2325 เมื่อกรุงธนบุรีอายุได้ 15 ปี

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จสวรรคต พ.ศ. 2325 เมื่อกรุงธนบุรีอายุได้ 15 ปี พระยาสารและคณะได้ก่อกบฏ สมเด็จเจ้าพระยามหากาฬซึ่งครั้งนั้นไปทำสงครามกับขอมกลับกรุงธนบุรี เห็นว่าความไม่สงบของประเทศเกิดจากความวิกลจริตของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงนำไปสู่การประหารชีวิตโดยการตัดหัวป้อมวิชัยประสิทธิ์ แล้วฝังศพไว้ที่วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทารามวรวิหาร) เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325

เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 48 ปี จากนั้นจึงสืบสวนคดีอาชญากรรมของกลุ่มกบฏ แล้วจึงตัดสินใจนำพระยาสารและคนอื่นๆ ไปตายในภายหลัง อย่างไรก็ตาม นอกจากแนวคิดข้างต้นแล้ว ยังมีแนวคิดอื่นๆ เช่น การเสนอให้พระมหากษัตริย์กรุงธนบุรีเป็นรัฐประหาร และแนวคิดว่าสละราชสมบัติแล้วเสด็จไปนครศรีธรรมราช เป็นต้น
การสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ธนบุรี พระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์เดียวในสมัยกรุงธนบุรี เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2325 เหตุการณ์ไม่แน่นอน จากหลักฐานส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าพระองค์หมดสติ หรือวิกลจริตจึงได้กบฏและประหารโดยสมเด็จพระเจ้าพระยามหากาฬสินธุ์ (ทองดวง) ซึ่งสิ้นสุดยุคธนบุรี ร่วมกับการเริ่มต้นของราชวงศ์จักรีและสมัยรัตนโกสินทร์มีหลักฐานว่าพระมหากษัตริย์สิ้นพระชนม์ด้วยเหตุผลอื่น

การถูกสำเร็จโทษ

สมเด็จเจ้าพระยาศึกและเจ้าพระยาสุรสีที่เสด็จไปกองทัพเขมรบุกเสียมราฐ เมื่อทราบข่าวการจลาจลที่กรุงธนบุรีจึงรีบคืนกองทัพ ขณะนั้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2325 เมื่อเจ้าพระยามหากาสศึก ซึ่งในขณะนั้นไปทำสงครามกับเขมร จึงเดินทางกลับกรุงธนบุรีเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 โดยเห็นว่าความไม่สงบของประเทศเกิดจากความวิกลจริตของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงนำไปสู่การประหารชีวิตโดยการตัดหัว

ที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ แล้วฝังศพไว้ที่วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทารามวรวิหาร) เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 พระชนมายุ 48 พรรษา ครองราชย์ได้ 15 ปี และถือเป็นจุดสิ้นสุดของกรุงธนบุรี จากนั้นจึงสืบสวนอาชญากรรมของพวกกบฏ แล้วจึงตัดสินใจนำพระยาสารและคนอื่น ๆ ไปตายในภายหลัง

การวิเคราะห์

ด้วยเหตุผลที่เขาเสียหัวใจ มีหลักฐานที่จะอธิบายเหตุผลหลายประการ สามารถจำแนกได้ดังนี้

  • พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า เป็นเพราะความสนพระทัยในการเล่นเบี้ยทำให้มึนเมา
  • กรมหลวงนรินทรเทวี น้องสาวของเธอเกิดต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เขาอ้างว่าการประหารผู้นำกว่า 53 หยวน-จีน และสั่งให้อพยพหยวนไปยังพรมแดนของราชวงศ์
  • Jean-Batist Palqua เคยได้ยินจากขุนนางไทยในเวลานั้นว่าเขาได้รับยาคู่ขนานที่ทำให้พระภิกษุเสียสติ
  • กรมขุนพิทยาลาโพธิ์ธาดา ทรงอธิบายเชิงจิตวิทยาและแสดงความเห็นใจในหลวงธนบุรี ที่เขาทำงานหนักจนทำให้เกิดความเครียด

เหตุแห่งความวิกลจริตก็เปลี่ยนไปตามทัศนะของขุนนางในยุคต่างๆ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเชื่อ เพราะแนวคิดในการพิสูจน์ความจริงถูกละเลย นิธิ เอื้อศรีวงศ์อธิบายในการเมืองไทยในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงใช้อำนาจเด็ดขาด (หรือ “รุนแรง”) ในรัชสมัยปลาย อาจเป็นเพราะพระราชอำนาจที่เสื่อมโทรม พระองค์ยังทรงประพฤติไม่เหมือนพระนครศรีอยุธยาในอดีต

จนอดีตขุนนางอยุธยาสิ้นศรัทธาและถูกมองว่าเป็นคนวิกลจริต หลักฐานประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่บันทึกความวิกลจริตของเขาถูกเขียนขึ้นหลังจากการตายของเขา เช่นเดียวกับข่าวความวิกลจริตของพระองค์ ในขณะที่นักโหราศาสตร์ร่วมสมัยบันทึกว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์ดำเนินต่อไปจนถึง พ.ศ. 2324 ดังนั้นความวิกลจริตของเขาจึงไม่ปรากฏอยู่ในหลักฐานร่วมสมัย แต่บางคนก็บอกว่าวันเดียวกัน ที่ไม่มีใครรู้แน่ชัด

ก่อนหน้า : ด้านสังคม ศาสนา และการศึกษา เมื่อทรงยกทัพไปปราบเจ้าพระฝาง